
เปิดรับทุกไอเดีย ทั้งภาพยนตร์สั้น และสารคดี


ทีมที่เข้ารอบสำรองมีดังนี้
กรณีมีการสละสิทธิ์ ทีมงานจะติดต่อผู้มีรายชื่อสำรองตามลำดับ และการตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุดทุกกรณี
จากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์
และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.)
20 ทีมสุดท้าย จะได้เข้าร่วมการอบรมเข้มข้น จากตัวจริงในวงการภาพยนตร์สารคดีฟรี!
ในวันที่ 25 - 28 มิ.ย. 69 และ 22 - 26 ก.ค. 69
ผู้เข้าแข่งขัน ผ่านช่องทางออนไลน์
ผ่านช่องทางออนไลน์ VIPA
ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพ ถ.วิภาวดีรังสิต
พร้อม Pitching ผลงานต่อคณะกรรมการ ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพ ถ.วิภาวดีรังสิต
20 ทีมที่เข้ารอบกลับไปผลิตสารคดีสั้นตามหัวข้อที่กำหนด
ทีมจะต้องส่ง Trailer ความยาวไม่เกิน 30 วินาที และภาพยนตร์สารคดีตัวเต็มต่อคณะกรรมการ
ช่วงเวลาโหวต Popular Views
พร้อมชมภาพยนตร์สารคดีของทีมที่ได้รับรางวัล ณ โรงภาพยนตร์
ผู้เข้ารอบ 20 ทีม

การอบรมเพื่อพัฒนาแนวคิดและโครงสร้างการเล่าเรื่องสารคดี ตั้งแต่การค้นหาเรื่อง มุมมองผู้กำกับ จนถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการนำเสนอผลงาน

การอบรมเชิงปฏิบัติการที่ต่อยอดสู่การผลิตจริง ครอบคลุมการวางแผนการถ่ายทำ การจัดการกอง เทคนิคภาพและเสียง การตัดต่อ และการ Pitch อย่างมืออาชีพ

ผู้กำกับภาพยนตร์สารคดีและอาจารย์สอนภาพยนตร์

ผู้กำกับภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “Breaking the Cycle”

ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง “Doi Boy”

นักออกแบบเสียงและนักผสมเสียง

ผู้ก่อตั้ง บ. บุญมีฤทธิ์ มีเดีย และ สื่อออนไลน์ มนุษย์ต่างวัย

ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง “ทะเลของฉัน มีคลื่นเล็กน้อย ถึงปานกลาง (Solids by the Seashore)”

นักตัดต่อและผู้กำกับภาพยนตร์และซีรีส์

อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านเนื้อหา

ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส

ทำความเข้าใจพลังของการเล่าเรื่อง ว่าทำไม "เรื่องเล่า" ถึงสามารถเชื่อมโยงผู้คน สร้างความหมาย และส่งผลต่อความคิดของผู้ชม

เรียนรู้การพัฒนาไอเดียให้กลายเป็นเรื่องเล่า สำหรับจอภาพ ตั้งแต่แนวคิด ตัวละคร ไปจนถึงการสร้างเรื่องที่น่าติดตาม

ฝึกค้นหาเรื่องผ่านการค้นคว้าและการสัมภาษณ์ เพื่อเข้าถึงตัวละคร มุมมอง และรายละเอียดที่ทำให้เรื่องเล่ามีพลัง

สำรวจจริยธรรมของการเล่าเรื่อง การทำงานกับผู้คน และความรับผิดชอบของผู้สร้างสรรค์ สื่อต่อสังคมและความจริง

เรียนรู้การนำเสนอไอเดียอย่างน่าสนใจและฝึก Pitch โปรเจกต์ให้ชัดเจน โน้มน้าวและพร้อมต่อยอดสู่การผลิตจริง

เข้าใจกระบวนการวางแผนและบริหารงานผลิต ตั้งแต่การจัดทีม การวางตาราง ไปจนถึงการควบคุม งบประมาณให้โปรเจกต์เดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การออกแบบเนื้อหาและวิธีเล่าเรื่องให้เหมาะสมกับแพลตฟอร์มดิจิทัลที่หลากหลาย พร้อมมุมมองการสื่อสารในยุคออนไลน์

เรียนรู้การใช้ภาพ แสง มุมกล้อง เพื่อสร้าง และถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาษาภาพยนตร์ และสารคดี

เข้าใจบทบาทของเสียงในภาพยนตร์ ตั้งแต่ การบันทึกเสียง ไปจนถึงการออกแบบเสียงที่ สร้างอารมณ์และความหมายให้เรื่องเล่า

เรียนรู้เทคนิคการตัดต่อ การจับจังหวะภาพ เสียง และโครงสร้าง เพื่อทำให้เรื่องเล่าสมบูรณ์และทรงพลัง
เปิดประสบการณ์เรียนรู้นอกห้องเรียน ผ่านการ เยี่ยมชมองค์กรสื่อ และเวิร์กช็อปถ่ายทําจริงใน สถานที่จริง เพื่อเข้าใจกระบวนการทํางานของมืออาชีพ

ผู้ผ่านเข้ารอบ 20 ทีมสุดท้าย จำเป็นต้องเข้าร่วมกิจกรรมการ Workshop ได้ทั้งสองครั้ง ซึ่งเป็นการอบรมแบบค้างคืน ในวันที่ 25-28 มิ.ย. 69 (4 วัน 3 คืน) และ 22-26 ก.ค. 69 (5 วัน 4 คืน) ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพ ถ.วิภาวดีรังสิต
ผู้ที่ส่งผลงานเข้าประกวดเป็นผู้รับผิดชอบต่อลิขสิทธิ์ขององค์ประกอบ ได้แก่ เนื้อหา ภาพ เสียง คลิป ซอฟต์แวร์ หรืออื่นใดที่ใช้ในการผลิตผลงาน โดยต้องไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หากพบว่ามีการร้องเรียน หรือพิสูจน์ได้ภายหลังว่าหนังสั้นที่ส่งเข้าประกวดมิใช่ของผู้ส่งผลงาน หรือมีการละเมิดลิขสิทธิ์ คณะกรรมการผู้จัดการประกวดมีสิทธิ์ในการเรียกคืนรางวัลหรือตัดสิทธิ์การรับรางวัล ทั้งนี้ กรรมการผู้จัดการประกวดจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ว่ากรณีใด ๆ ต่อการละเมิดลิขสิทธิ์นั้น
ผู้สมัครประกวดยินยอมให้คณะกรรมการผู้จัด สามารถนำผลงานไปเผยแพร่ผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งสื่อมวลชนและสื่อออนไลน์ทุกช่องทาง ตลอดระยะเวลาการจัดกิจกรรม เพื่อวัตถุประสงค์ในการประชาสัมพันธ์กิจกรรม VIPA Pitching Project 2026 และ กิจกรรมที่เกี่ยวข้องของไทยพีบีเอส
ทีมที่ผ่านเข้ารอบ 20 ทีมสุดท้าย จะได้รับเงินทุนสนับสนุนการผลิตภาพยนตร์สั้น หลังจากการลงนามสัญญาข้อตกลง ทีมละ 10,000 บาท หลังจากจบช่วงระยะที่ 2 ของโครงการ
ผลงานของทั้ง 20 ทีม จะถูกเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มของ VIPA และไทยพีบีเอส
ทีมที่มีผลงานเข้าตาคณะกรรมการ และสามารถพัฒนาต่อยอดได้ จะมีโอกาสได้เข้าร่วมสร้างสรรค์ผลงานกับทาง VIPA และไทยพีบีเอสต่อไป
การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด
ไฟล์ภาพยนตร์จะต้อง Export เป็นไฟล์สกุล .mp4 จำนวน 1 คลิปและ สกุล DCP จำนวน 1 คลิป
- ความละเอียดของภาพยนตร์สารคดีสั้น Full HD (1920x1080) หรือ 2K DCI (2048x1080)
- Aspect Ratio ขนาด 16:9
- Frame Rate 24 fps หรือ 25 fps
- Audio Stereo / 48kHz / 24bit
- Subtitles ภาษาไทย-อังกฤษ โดยแนบไฟล์ .srt (ถ้ามี)
ตัวอย่างภาพยนตร์สั้น (Trailer) ความยาวไม่เกิน 30 วินาที เป็นไฟล์สกุล .MP4 จำนวน 1 คลิป (เพื่อความน่าสนใจ ไม่กล่าวถึงตอนจบ)
โปสเตอร์หนัง (ออกแบบได้ฟรีสไตล์) อย่างน้อย 1 ภาพ พร้อมแนบไฟล์ที่แก้ไขได้ (ไฟล์ .psd หรือ .ai)
ภาพ หรือวิดีโอเบื้องหลังการถ่ายทำอย่างน้อย 10 ภาพ (ภาพ หรือวิดีโอเบื้องหลังจะถูกนำมาใช้ในการทำสื่อประชาสัมพันธ์ทาง VIPA และทางไทยพีบีเอส)
สำหรับตรวจสอบลิขสิทธิ์ ก่อนออกอากาศหรือเผยแพร่ ผู้ส่งผลงานจะต้องแนบเอกสาร (ถ้ามี) ดังนี้
- หนังสืออนุญาตใช้เพลง หากใช้เพลงที่มีลิขสิทธิ์
- หนังสือยินยอมจากผู้ถูกสัมภาษณ์ พร้อมลายเซ็น (Consent Form)
- ฟุตเทจ Stock แนบหลักฐานการซื้อหรืออ้างอิงแหล่งที่มา
ทีมที่เข้าแข่งขันสามารถใช้เสียงและเพลงลิขสิทธิ์จากคลังเพลงของไทยพีบีเอสได้ โดยประสานงานผ่านเจ้าหน้าที่โครงการ
ส่งผลงานการประกวด พร้อมแนบไฟล์ทั้งหมดมาที่ www.VIPA.me/PitchingProject2026
รางวัลที่ 1-3 จะได้รับโล่รางวัล ประกาศนียบัตร พร้อมทุนการศึกษา และผู้เข้าแข่งขันทุกท่าน จะได้รับประกาศนียบัตรจากโครงการ